News

นักเรียนศิลปะรับใช้พระเจ้าท่ามกลางเด็กอพยพชาวพม่า

นักเรียนศิลปะรับใช้พระเจ้าท่ามกลางเด็กอพยพชาวพม่า

ก่อนที่พวกผู้ใหญ่และนักเรียนกลุ่มนี้จะเดินทางไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อไปเยี่ยมบ้านเจเนซิสในช่วงต้นเดือนมกราคมนั้น พวกเขาได้อธิษฐานขอความยืดหยุ่นจากพระเจ้า คำอธิษฐานของเขาได้รับคำตอบเมื่อรถคันหนึ่งไม่ได้มารับตามนัด พวกเขาทั้ง 19 คนจึงนั่งเบียดกันไปในรถ 2 คัน โดยขนสัมภาระทั้งหมดขึ้นไปผูกไว้บนหลังคารถ ตอนเดินทางไปเชียงดาว พวกเขาได้แวะที่น้ำตกหินปูน และได้อ่านพระคำของพระเจ้าและเตรียมตัวในฝ่ายวิญญาณสำหรับการรับใช้ในวันนั้น

“เราได้เรียนรู้ว่า การฆ่าล้างเผาพันธ์ของคนพม่านั้น นอกจะทำลายชีวิตผู้คนจากภายนอกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียที่ดิน อาชีพและญาติพี่น้องนั้น ยังเป็นการทำลายชีวิตจากภายใน ชีวิตที่ปราศจากความหวังนั้นทำให้ผู้เป็นพ่อแม่หันไปหายาเสพติด เหล้าและทำร้ายครอบครัวของตัวเอง” คุณครูชารอน เวดกล่าว

บ้านเจเนซิสสำหรับเด็กอพยพมีเพียงบ้านไม้ไผ่ 4 หลัง อาจารย์สูเรียและครอบครัวของท่านเป็นชาวเขาเผ่าลีซอ ที่มีภาระใจในการดูแลและให้การช่วยเหลือครอบครัวชาวเขาปะหล่องเหล่านี้ เด็กปะหล่องพลัดถิ่นทั้ง 93 ชีวิตนี้เป็นเด็กกำพร้า ถูกทอดทิ้ง มาจากครอบครัวที่พ่อแม่ติดเหล้าและทำร้ายลูกของตัวเอง หรือไม่ก็เป็นเด็กที่เจ็บไข้ได้ป่วยและติดเชื้อเอชไอวี

“นักเรียนของเราได้สำแดงตัวอย่างของความรักของพระเยซูคริสต์ที่เป็นการกระทำ นักเรียนได้อุ้มเด็ก เล่นและสอนพวกเขา” คุณครูชารอนเล่า “สำหรับการไปรับใช้พระเจ้าของแผนกศิลปะในครั้งแรกนี้ เราขอขอบคุณสตาฟและผู้ปกครองที่ได้ให้การสนับสนุนในการประมูลงานศิลปะในเดือนธันวาคม รายรับจากการประมูลครั้งนี้ทำให้เราสามารถเดินทางไปรับใช้ได้ อีกทั้งยังสามารถซื้ออุปกรณ์ศิลปะให้บ้านเจเนซิส และถวายเงินเป็นค่าเล่าเรียนของเด็กๆ

นักเรียนเกรซ 2 คนรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เจอเด็กๆ ที่พวกเขาเคยพบ เด็กๆ เหล่านั้นเคยถูกพ่อขี้เมาใช้มีดด้ามใหญ่และไฟทำร้าย แต่ในเวลานี้ แม่ของเด็กเป็นคนเลี้ยงเด็กๆ เองแล้ว อาจารย์สูเรียขอให้ทุกคนอธิษฐานเผื่อความปลอดภัยของครอบครัวนี้

ของขวัญที่นักเรียนเกรซมอบให้ไว้กับเด็กๆ นั้นนำมาซึ่งความชื่นชมยินดีทั้งต่อผู้ให้และผู้รับ เมื่อพวกเขาได้สอนเด็กๆ ไร้บ้าน 24 คนใช้สีน้ำ เพื่อสื่อถึงความรู้สึกภายในและจดจ่อกับสิ่งที่นำมาซึ่งความสงบสุข

“ในปีนี้ เป้าหมายหนึ่งของแผนกศิลปะ โรงเรียนนานาชาติเกรซคือ การใช้ความสามารถในเชิงสร้างสรรค์ของเราเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า เราต้องการอวยพรผู้อื่นและในขณะเดียวกันก็ได้รับพระพรกลับคืนมาด้วย!” คุณครูชารอนกล่าว